ประเพณีและวัฒนธรรม

วัฒนธรรมและเทศกาลงานประเพณี

งานสงกรานต์ของชาวมอญ

ประเพณีสงกรานต์ (ปัจอะห์ต๊ะห์) เป็นเทศกาลสำคัญประจำปีของชาวมอญ จะมีการทำบุญเฉลิมฉลองกันอย่างมโหฬารในทุกหมู่บ้านของชุมชนคนมอญ เทศกาลนี้ใช้ระยะเวลาหลายวัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกๆ ปี

พิธีสงกรานต์ของชาวมอญจะเริ่มจากการทำบุญฉลองสงกรานต์ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญๆ คือ การแห่ข้าวแช่ แห่น้ำปลาหวาน ปล่อยปลา แห่สงกรานต์ และจบลงด้วยการทำบุญกลางบ้าน และรำเจ้าประจำปีของแต่ละหมู่บ้าน

คนมอญถือกันว่าประเพณีนี้เป็นการขึ้นศักราชใหม่ จึงจัดให้มีการเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ด้วย การทำบุญรักษาศีลเพื่อเป็นการต้อนรับศกใหม่ และเพื่อบูชาพระรัตนตรัย และนางสงกรานต์

การเตรียมการจะเริ่มก่อนวันสงกรานต์ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยจะมีการเตรียมกวนขนมกาละแม ซึ่งเป็นขนมที่ต้องใช้แรงงานคนมากในการทำ ชาวบ้านจะช่วยกันกวนกาละแมในกระทะเหล็กขนาดใหญ่ ใช้เวลากวนประมาณ 4 ชั่วโมงต่อกระทะ

นอกจากกาละแมแล้ว จะมีการกวนข้าวเหนียวแดงหรือข้าวเหนียวแก้ว ซึ่งเป็นขนมสำหรับทำบุญในเทศกาลนี้เช่นกัน แล้วยังมีการทำ “คะนอบจิน” หรือขนมจีน ซึ่งเป็นอาหารของมอญแต่โบราณมาแล้วเพื่อเตรียมทำบุญด้วย แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ข้าวแช่ ซึ่งมอญเรียกว่า “เปิงฮงกราบ”

ในเช้าวันที่ 13 เมษายน ชาวบ้านจะจัดเตรียมข้าวแช่ใส่สำรับ โดยนิยมใส่ในหม้อดินเผา เพราะจะทำให้ข้าวแช่เย็นและมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน และในสำรับก็จะมีอาหารที่ใช้รับประทานกับข้าวแช่ ชาวบ้านจะนำข้าวแช่นี้ไปถวายพระสงฆ์ที่วัดตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะเดียวกันที่บ้านก็จะทำพิธีบูชานางสงกรานต์ที่มอญเรียกว่า “มิ๊ห์ซงกราน” ด้วยการสร้างศาลเพียงตาที่บริเวณหน้าบ้าน แล้วนำข้าวแช่พร้อมเครื่องบูชามาวางไว้

การทำบุญในวันสงกรานต์จะทำกัน 3 วัน คือวันที่ 13, 14 และ 15 เมษายน ในระหว่างการทำบุญนี้จะมีการส่งสำรับให้แก่ญาติและผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือด้วย

โดยลูกหลานหรือผู้น้อยจะนำสำรับอาหารไปไหว้ผู้ใหญ่เพื่อเป็นการแสดงความคารวะ ซึ่งปกติจะทำกันปีละ 2 ครั้ง คือในวันสงกรานต์ และวันออกพรรษา

ส่วนในตอนเย็นและเวลากลางคืนจะมีการละเล่นตามหมู่บ้านต่างๆ โดยส่วนมากแล้วจะจัดเป็นที่เล่นสะบ้ามอญและการแสดงทะแยมอญ การละเล่นสะบ้าเป็นการเปิดโอกาสให้หนุ่มๆ สาวๆ ได้มีโอกาสรู้จักและสนิทสนมกัน แต่ทั้งนี้ก็เป็นการกระทำที่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เพราะสถานที่เล่นสะบ้านั้นจะจัดขึ้นในบริเวณหมู่บ้าน

หลังวันที่ 15 เมษายนมาแล้ว จะมีการแห่นางสงกรานต์ ปล่อยปลา เช่น ที่ พระประแดง ทางเกาะเกร็ดจะมีการแห่น้ำหวานมาบรรจุขวดไปถวายพระตามวัดต่างๆ โดยมีการจัดขบวนแห่กันอย่างยิ่งใหญ่ คนมอญจะยังคงทำบุญและสนุกสนานกันต่อไปจนถึงวันทำบุญกลางบ้าน สรงน้ำพระ และแห่หางหงส์

การทำบุญกลางบ้านหรือที่ชาวมอญเรียกกันว่า “ป๊ะห์กาวยา อาโต้ห์กวาน” เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวบ้านและหมู่บ้านนั้นมีการเลี้ยงพระในตอนเช้า ชาวบ้านในหมู่บ้านจะมาช่วยกันจัดอาหารมาถวายพระและเลี้ยงกันในหมู่ชาวบ้าน

เมื่อทำบุญกลางบ้านแล้ว การเฉลิมฉลองการขึ้นศักราชใหม่ จะมีการทำบุญต่อเนื่องไปอีกด้วยการจัดพิธีทำบุญสรงน้ำพระ เนื่องจากสงกรานต์เป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดมาก ชาวบ้านจึงร่วมกันจัดทำบุญสรงน้ำพระ ซึ่งในการสรงน้ำพระนี้ชาวบ้านจะทำพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปและพระเจดีย์ที่สำคัญประจำวันเกิด

หลังจากการสรงน้ำพระ ชาวบ้านจะมาร่วมกันแห่หางหงส์ ซึ่งหงส์นี้จะทำขึ้นด้วยผ้าสีสันคล้ายๆ ธง ยาวประมาณ 2-3 วา ชาวบ้านจะช่วยกันทำก่อนงานแล้ว เมื่อถึงวันงานจะนำมาเข้าขบวนไว้ที่เล้าหงษ์ในบริเวณวัด โดยวัดมอญส่วนใหญ่จะมีเล้าหงส์อยู่หน้าวัด ในทุกๆ ปีเมื่อมาถึงเทศกาลสงกรานต์ จะต้องมีการนำหางหงส์ขึ้นประจำเล้าหงส์ด้วยการจัดให้มีการแห่หางหงส์จากหมู่บ้านมาที่วัด และช่วยกันชักเอาหางหงส์นั้นขึ้นลอยสู่ยอดเล้าหงส์ และก่อนจะถึงขั้นนั้นชาวบ้านจะทำพิธีบูชาพระเจดีย์ หรือพระพุทธรูปสำคัญของวัดพร้อมทั้งมีการสวดมนต์ จากนั้นจึงช่วยกันชักหางหงส์ขึ้นสู่ยอดเล้า

เมื่อการทำบุญต่างๆ ผ่านมาจนถึงวันที่มีการสรงน้ำพระนี้แล้ว คนมอญทั้งหลายก็เชื่อว่าความร่มเย็นเป็นสุข ความเป็นศิริมงคลทั้งหลายมีพร้อมอยู่ในหมู่บ้านและเป็นของชาวบ้านเหล่านั้น อันเป็นผลบุญที่ได้จากการประกอบการกุศล ทั้งคุณพระรัตนตรัยและเทพยดาอารักษ์ปกปักรักษาให้มีความสุข ความเจริญ ร่มเย็น การเฉลิมฉลองศกใหม่จึงเป็นนิมิตรหมายอันดีงาม ที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตอย่างสงบสุขตลอดไป

 

ประเพณีตักบาตรพระร้อยแปด

ประเพณีการทำบุญตักบาตรพระ 108 เริ่มในวัน แรม 8 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งถือว่าเป็นวันทำบุญที่แท้จริง แต่ประเพณีจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 7 ค่ำ เดือน 12 โดยเริ่มพิธีตั้งแต่ตอนบ่าย

ความสำคัญ

ประเพณีการทำบุญตักบาตรพระ 108 เป็นประเพณีที่ ปฏิบัติกันมาช้านานแล้วในอำเภอบางกรวย โดย จัดขึ้นตามวัดริมน้ำในคลองบางกอกน้อยหลายวัดด้วยกัน คือ วัดไทยเจริญ วัดบางไกรนอก วัดอุทยาน วัดโบสถ์ วัดบางไกรใน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนาทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลและเกิดความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในชุมชน

พิธีกรรม

การทำบุญตักบาตรพระ 108 จะเริ่มพิธีตั้งแต่แรม 7 ค่ำ เดือน 12 ในตอนบ่ายทุกวัดตามริมน้ำจะมีการแห่พระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงของแต่ละวัด เช่น หลวงพ่ออาคม จากวัดไทยเจริญ หลวงพ่อโตวัดอุทยาน แห่ไปตามลำน้ำโดยการจัดขบวนแห่อย่างสวยงามมีการรำประกอบจุดประสงค์ของการแห่ขบวนพระนี้ก็เพื่อประกาศให้ประชาชนได้ทราบทั่วกันว่าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระ 108 ขึ้น อีกครั้งหนึ่งให้สาธุชนมาร่วมทำบุญในวันรุ่งขึ้นการแห่ขบวนพระนี้ทุกวัดจะแห่พร้อมกันหมด

วันแรม 8 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งถือเป็นวันทำบุญใหม่จะเริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป จะมีประชาชนมาร่วมทำบุญตามลำน้ำอย่างแน่นขนัดทั้งสองฝั่งคลอง ประชาชนส่วนใหญ่ที่มาทำบุญจะมาทางเรือเตรียมอาหารคาวหวานมาอย่างพร้อมมูล ชาวบ้านจะนิมนต์พระสงฆ์ลงเรือจ้างบ้าง เรืออีแปะบ้าง เรือบางลำมีพระ 1 รูป หรือ 2 รูป ไม่เกินลำละ 3 รูปและมีคนพายเรือ 3 -4 คน เพื่อรับอาหารคาวหวานจากประชาชน การทำบุญนี้จะเริ่มพร้อมกันทุกวัด พระจะบิณฑบาตรไปในทางเดียวกัน เช่นเริ่มต้นทาง ฝั่งขวาก็จะรับบิณฑบาตเรื่อยไป แล้วจึงวกกลับมาทางฝั่งซ้ายบ้าง วัดแต่ละวัดจะแห่พระพุทธรูปสำคัญประดับตกแต่งอย่างสวยงามไปรับบิณฑบาตด้วย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนปิดทองและบริจาคทรัพย์ตามศรัทธาเพื่อนำไปบำรุงวัด ช่วงเวลาที่ประชาชนทำบุญจะอยู่ระหว่าง เวลา 06.00-07.00 น. ในระหว่างการทำบุญนี้ ชาวบ้านแต่งตัวเป็นฤาษีหรือนำผ้าเหลืองมาห่มให้ใช้ขันครอบศีรษะ สมมุติเป็นพระมาร่วมบิณฑบาตด้วย

 

ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง

ตักบาตรน้ำผึ้ง เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายมอญ มีขึ้นในวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ลักษณะของการตักบาตรน้ำผึ้ง เหมือนกับการตักบาตรโดยการใส่ข้าวหรือว่าอาหารอื่นๆ เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากข้าว และอาหารชนิดอื่นเป็นน้ำผึ้งนั่นเอง ประเพณีดังกล่าวนั้นได้สืบทอดกันมาช้านานซึ่งชาวมอญได้ปฏิบัติต่อๆ กันมาเป็นประเพณีหนึ่งของชาวบ้านที่แสดงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาทางวัดจะจัดเตรียมบาตรไว้บนศาลาการเปรียญสำหรับให้ชาวบ้านนำน้ำผึ้งรินลงในบาตรที่ใต้บาตรมีผ้าขนาดผ้าเช็ดหน้าวางอยู่ด้วย น้ำผึ้งที่ชาวบ้านตักใส่บาตรไว้นั้น วัดจะรวบรวมเพื่อใช้เป็นส่วนผสมของยารักษาโรคชาวมอญเชื่อว่าการตักบาตรดังกล่าวมีอานิสงส์มากเพราะพระสงฆ์จะเก็บน้ำผึ้งไว้เพื่อใช้เป็นยาในคราวจำเป็นเมื่อเกิดอาพาธ เพราะน้ำผึ้งเป็นส่วนผสมที่สำคัญของยาดังนั้นชาวมอญจึงมีความเชื่อว่าการถวายน้ำผึ้งแด่พระสงฆ์จะได้อานิสงส์มากและจะเป็นผู้ที่อุดมไปด้วยลาภยศทั้งชาตินี้และชาติหน้า

ปัจจุบันประเพณียังคงมีให้เห็นในวัดหลายแห่งด้วยกันสำหรับวัดในจังหวัดนนทบุรีสามารถพบเห็นได้ที่วัดสโมสร

 

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ของชาวมอญ

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ของชาวมอญ จัดเป็นเทศกาลที่สำคัญ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัติอันเป็นการบูชาต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวคือเมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนเทวโลกนั้น พระองค์ได้เสด็จประทับอยู่บนเทวโลกเพื่อโปรดพุทธมารดาตลอดพรรษานั้น บรรดาอาณาประชาราษฎร์ทั้งหลายต่างคิดคำนึงถึงพระบรมศาสดา และต่างรอคอยการเสด็จกลับของพระพุทธองค์อยู่ตลอดเวลา

ครั้นถึงวันเสด็จกลับพระพุทธองค์ชาวเมืองได้ทราบข่าวต่างดีอกดีใจ เตรียมการต้อนรับการเสด็จกลับของพระพุทธองค์อย่างมโหฬาร ยิ่งเมื่อพระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษย์โลกที่เมืองสังกัสสะเหล่าเทพยดาทั้งหลายได้เนรมิตบันไดทอง บันไดเงิน และบันไดแก้วถวายแด่พระองค์ ส่วนชาวเมืองสังกัสสะตั้งแต่พระราชาตลอดจนประชาราษฎร์ทั้งหลาย รวมตลอดถึงท้าวพระยามหากษัตริย์และราษฎรจากนครอื่น ต่างมาร่วมเฝ้ารับเสด็จอย่างล้นหลาม พร้อมจัดเตรียมบุปผามาลาเครื่องสักการะต่างๆ เพื่อเป็นพุทธบูชา

ครั้นถึงเวลาเสด็จพระพุทธองค์ทรงเสด็จดำเนินทางบันได้แก้ว บรรดาเทพยดาต่างถวายสักการะองค์พระพรหมและสักกะเทวธาร นำฉัตรเครื่องสูงบังสูรย์กางกั้นองค์พระบรมศาสดา เทพยดาทั้งหลายต่างประโคมดนตรีโปรยดอกไม้และตามเสด็จพระพุทธองค์เพื่อถวายการส่งเสด็จกลับมนุษย์โลก

เมื่อพระองค์เสด็จถึงมนุษย์โลกที่เมืองสังกัสสะนั้น เหล่าบรรดามหากษัตริย์และอาณาประชาราษฎร์ต่างปลื้มปิติโสมนัส ทำการบูชาพระบรมศาสดาด้วยดอกไม้ ของหอมต่างๆ อย่างมากมาย ชาวมอญได้นำเอาพุทธประวัติตอนดังกล่าวนี้มาจัดเป็นพิธีตักบาตรดอกไม้

กำหนดงาน

การตักบาตรดอกไม้จัดขึ้นในเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ชุมชนมอญ ในที่ต่างๆ จะจัดงานนี้ขึ้นที่วัดสำคัญของชุมชน เช่น บ้านบางกระดี่ จัดที่วัดบางกระดี่, ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จัดที่วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร, บ้านโป่ง จัดที่วัดใหญ่นครชุมน์ และโพธาราม จังหวัดราชบุรี จัดที่วัดคงคารามเป็นต้น

กิจกรรม / พิธี

ในวันออกพรรษา หลังจากถวายอาหารบิณฑบาตแด่พระสงฆ์ในเวลาเพลแล้ว พระสงฆ์ทั้งหมดจะไปร่วมทำพิธีปวารณาออกพรรษาในพระอุโบสถ โดยที่ชาวบ้านนั่งอยู่ตลอดสองข้างทาง พร้อมทั้งจัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียน ไว้ถวายสักการะ ครั้นถึงเวลาที่พระสงฆ์ลงโบสถ์เพื่อทำพิธีปวารณาออกพรรษาจะอัญเชิญพระพุทธรูปนำขบวนพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์เดินไปพระอุโบสถ ชาวบ้านค่อยๆ ถวายดอกไม้ ธูปเทียนใส่ในย่ามของพระสงฆ์เหล่านั้น เพื่อบูชาพระรัตนตรัย เมื่อพระสงฆ์ได้รับถวายดอกไม้ ธูปเทียน จากชาวบ้านแล้ว จะไปร่วมทำพิธีปวารณาออกพรรษาในพระอุโบสถการที่ขบวนแห่พระสงฆ์ลงสู่พระอุโบสถ เพื่อทำพิธีปวารณาออกพรรษานี้ เปรียบได้กับพุทธประวัติครั้งเสด็จลงจากเทวโลก

 

ประเพณีรำมอญ

ประเพณีรำมอญเป็นนาฏศิลป์ที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของมอญและยังคงปฏิบัติสืบต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ลูกหลานมอญรุ่นหลังๆ ยังคงได้รับการถ่ายทอดศิลปะนี้ไว้ด้วยดีตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปากเกร็ด เกาะเกร็ด ยังมีผู้รำมอญได้อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งวงปี่พาทย์มอญ ที่บรรเลงประกอบการรำก็ยังคงมีอยู่หลายวงเช่นกัน

ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลจัดให้มีการรำมอญที่เกาะเกร็ด หน้าวัดเสาธงทอง ให้นักท่องเที่ยวชมในวันเสาร์-อาทิตย์

รำมอญ ชาวมอญจะเรียกว่า “ปัว-หะเปิ้น” จะมีได้ในโอกาสทั้งงานมงคลหรืองานสมโภชต่างๆ ตลอดจนในงานศพ โดยเฉพาะในงานศพพระ ชาวบ้านจะนิยมรำถวายหน้าศพ เพราะเชื่อกันว่าจะได้บุญหากได้ทำเช่นนั้นในงานศพคฤหัสถ์ผู้มีอาวุโส หรือผู้ที่เป็นที่เคารพนับถือ

 

 

ประเพณีชอนธูป

ประเพณีชอนธูป-ตักบาตรธูป แต่เดิมเน้นถวายกันเฉพาะธูปเป็นหลัก ต่อมาภายหลังได้ถวายดอกไม้และเทียนเพิ่มขึ้น ชนรุ่นหลังจึงเรียกว่าตักบาตรดอกไม้

ประเพณีที่ชาวไทยรามัญจัดขึ้นในวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ได้แก่ ประเพณีชอนธูป ตักบาตรชอนธูป วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร เกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด แต่เดิมมาเน้นถวายธูปเป็นหลัก ชาวไทยรามัญ เกาะเกร็ดถวายธูป เรียกเป็นภาษามอญว่า ชอนธูป ชาวไทยรามัญไทรน้อย วัดสโมสร อำเภอไทรน้อย ถวายดอกไม้ เรียกว่า ชอนกาว จึงเป็นที่มาของการตักบาตรดอกไม้ดังกล่าว

 

แห่เทียนพรรษาทางน้ำ บางกรวย

ขบวนเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำเริ่มพิธี โดยขบวนเรือจะเริ่มตั้งขบวนแห่ที่วัดชลอ ริมคลองบางกอกน้อย หรือคลองอ้อม แล้วมุ่งหน้าสู่วัดโบสถ์บน ตำบลบางคูเวียง เมื่อขบวนเรือทั้งหมดถึงท่าน้ำวัดโบสถ์บน เริ่มทำพิธีถวายต้นเทียน แด่พระภิกษุสงฆ์ที่วัดโบสถ์บน และในงานจะมีการแสดงหลายอย่าง เช่น รำไทย รำกลองยาว ชกมวยทะเล พายเรืออ่าง บอดใบ้พายเรือ เป็นต้น อำเภอบางกรวยมีวัดเก่าแก่จำนวน 48 วัด แต่ละวัดมักตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย หรือคลองอ้อม และคลองแยกต่างๆ การไปทำบุญของประชาชนในท้องถิ่นนี้จึงพายเรือไปวัด และการถวายเทียนพรรษา ก็เช่นเดียวกันที่ต้องแห่เทียนไปทางเรือ เพื่อนำต้นเทียนไปถวายวัดต่างๆ

เมื่อถึงวันเข้าพรรษาพุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญตักบาตรถวายเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน โดยมักจะจัดเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณร หรือช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ ไปทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา 3 เดือน งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น